2006/Sep/04

-->"อย่าหนีนะ ไอ้เด็กขี้ขโมย"

เสียงผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งตะโกนลั่น พร้อมกับมีเด็กคนหนึ่งกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งวิ่งผ่านฉันกับแม่

ที่กำลังซื้อเนื้อหมูในตลาดไปอย่างรวดเร็ว ทั้งแม่และฉันหันไปดูทันเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นแค่แวบเดียว

แม่ถามฉันว่า

"อ้าว นั่นป้าร้านขายของไม่ใช่เหรอ"

"ใช่จ้ะแม่ แกวิ่งไล่ใครกันละ"

ป้าคนนั้นชื่อว่า 'ป้าหนอม' เป็นแม่ค้าขายของชำสารพัดอย่างในตัวตลาดในอำเภอที่ฉันอยู่มีฐานะจัดว่าดีกว่าแม่ค้าคนอื่นๆ ในละแวกเดียวกัน และเป็นที่รู้จักกันว่าแกเป็นคนที่ขี้เหนียวอย่างร้ายกาจ แถมปากจัดที่สุดในตลาดอีกด้วย ใครต่อราคาของมากเกินไป หรือถามราคาแล้วไม่ซื้อ ป้าแกจะโวยวายชนิดต้องรีบเผ่นออกจากร้านแทบไม่ทันทีเดียว

เสียงเอะอะดังมากขึ้น ฉันหันไปมองป้าหนอมจับข้อมือเด็กผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 12-13 ขวบ ไล่เลี่ยกับฉันซึ่งกำลังดิ้นรนอยู่ และป้าแกกำลังจะลงไม้ลงมือ แม่จึงเดินเข้าไปถาม

"พี่หนอม มีไรเหรอคะ"

"ก็ไอ้เด็กเวรนี่นะสิ มันมา ทำทีขอซื้อยาแก้ปวดกับยาธาตุ พอฉันหยิบส่งให้ มันก็วิ่งหนีมาเลย เงินก็ไม่จ่าย"

พูดจบป้าหนอมก็ตบหัวเด็กคนนั้นอย่างแรงหนึ่งที และคงจะมีตามมาอีกหลายทีแน่ถ้าแม่ฉันไม่ห้ามไว้

"ตายแล้วพี่หนอม อย่าถึงกับลงไม้ลงมือกันเลยนะ แล้วนี่จะทำไงต่อ"

แม่รีบตัดบทเพราะเห็นว่าเรื่องราวชักจะไปกันใหญ่

"เรียกตำรวจมาเอามันไปเข้าคุกนะสิ เสียนิสัย พ่อแม่ไม่สั่งสอน ยังเด็กตัวแค่นี้ก็ริจะเป็นขโมยซะแล้ว

ต่อไปก็คงต้องปล้นเขากินหละ"

ฉันสะกิดแม่ทันทีพร้อมกับมองพลางส่ายหัวน้อยๆ ทำนองว่าอย่าไปยุ่งดีกว่า แม่มองฉันแล้วมองเด็กคนนั้น ซึ่งท่าทางเหมือนกำลังจะร้องไห้ แม่นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันไปพูดกับป้าหนอมว่า

"อย่าให้ถึงอย่างนั้นเลยนะพี่หนอม เด็กมันคงอยากซื้อยาแต่ไม่มีเงินนะ เอาเป็นว่าฉันจ่ายให้ละกันนะ กี่บาทกันละ"

ในที่สุดเรื่องก็จบลง โดยการที่แม่ยอมจ่ายเงินค่ายาแก้ปวดกับยาธาตุ แล้วแม่ก็จูงเด็กคนนั้นออกมาจากตลาด แต่ป้าหนอมยังไม่วายเตือนแม่

"ใจดีกับเด็กขี้ขโมยแบบนี้ ระวังจะเสียใจทีหลังนะเธอ"

แม่ไม่ได้ตอบอะไร แต่พอเดินห่าง จากร้านพอสมควรแล้วก็ถามว่า

"ทำไมหนูขโมยของป้าเขาละ"

เด็กคนนั้นเงยหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาขึ้นมองแม่ แล้วตอบสะอึกสะอื้นว่า

"แม่ผมปวดท้องมากเลยครับ แล้วแม่ก็ไม่มีเงินไปหาหมอ ผมก็เลยต้อง..."

แม่มองหน้าเด็กคนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยื่นผลไม้ที่ซื้อมาให้เด็กคนนั้นถุงหนึ่ง แล้วบอกว่า

"ทีหลังอย่าโขมยของใครนะ ถ้าไม่มีเงินมาขอเงินน้าไปซื้อก็ได้นะ น้าชื่อสมพรเปิดร้านเย็บผ้าอยู่ใกล้ๆ นี่เอง ถามคนแถวนี้ก็ได้ รู้จักน้าแทบทุกคนเลยแหละ เอ้า...เอา ส้มไป ฝากคุณแม่ซิ คนป่วยนะต้องกินผลไม้มากๆ จะได้หายไวๆ รู้มั้ย"

แม่เสริมพร้อมกับยิ้ม เด็กคนนั้นอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะรับส้มพร้อมกับพูดขอบคุณแม่แล้วเดินจากไป

หลังจากนั้นพอกลับมาถึงบ้าน ฉันก็ถามแม่ทันที

"ทำไมแม่ต้องช่วยเด็กคนนันด้วยละ รู้จักกันหรอจ้ะ"

แม่ยิ้ม แล้วตอบฉันว่า

"ไม่รู้จักหรอก แต่แม่เห็นเด็กคนนั้นรับจ้างหาบขนมขายอยู่แถวบ้านเราน่ะลูก แต่แกคงจำแม่ไม่ได้หรอก แม่ซื้อขนมแกอยู่ไม่กี่ครั้งเอง"

"แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะต้องช่วยเหลือเขาถ้าเขาเป็นขโมยนี่แม่"

ฉันถามต่อ แม่มองหน้าฉันแล้วพูดว่า

"แม่เชื่อว่าเด็กที่เคยหาเงินด้วยตัวเองมาก่อนตั้งแต่อายุเท่าๆ กับลูก จะต้องเป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบ รู้คุณค่าของเงินทุกบาททุกสตางค์ว่ากว่าจะได้มามันเหนื่อยยากขนาดไหน และคนที่มีความรับผิดชอบนะ จะไม่มีทางขโมยของใครนอกจากจะจำเป็นจริงๆ เมื่อเขาไม่มีทางอื่นให้เลือกแล้วเท่านั้น"


ฉันฟังแล้วก็ถามแม่ต่อว่า

"แล้วต่อไปถ้าเขามาขอเงินแม่ไปซื้อยาอีก แม่จะให้เขารึเปล่า"

"ให้สิลูกถ้ามันไม่มากไม่มายอะไร"

"แล้วแม่ไม่เสียดายเงินหรอ บ้านเราก็ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนบ้านป้าหนอมเขานะแม่"

"ถึงแม่จะไม่มีเงินทองมากนัก แต่การที่ได้ช่วยเหลือคนที่กำลังลำบากน่ะ มันทำให้แม่มีความสุข แล้วยังได้บุญอีกด้วยนะ แค่นี้แม่ก็พอใจแล้ว ไม่อยากได้อะไรตอบแทนหรอก"

แล้วแม่ก็พูดต่ออีกว่า

"จำไว้นะลูก คนเรานะ ต้องรู้จักให้อภัยและให้โอกาสคนอื่นแก้ตัวเสมอ อย่างเด็กคนนั้น..แม่มั่นใจว่าแกทำไปเพราะรักคุณแม่ของแกจริงๆ แม่ถึงช่วยแกเอาไว้"

แล้วแม่ก็พูดต่อว่า

"ลูกอาจจะบอกว่าขโมยเป็นสิ่งที่ผิด ใช่...แม่ไม่เถียง แต่บางครั้งคนเราก็ต้องมองด้านอื่นๆ บ้าง อย่าคิดแต่เรื่องทรัพย์สินเงินทอง ตอนนี้ลูกอาจจะยังฟังไม่เข้าใจ แต่แม่เชื่อว่าสักวันลูกจะเข้าใจเองแหละ"

หลังจากนั้น ฉันกับแม่ก็หันไปคุยเรื่องอื่นๆ กันต่อ ฉันเองไม่เคยคิดเรื่องนี้อีกเลย จนเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น ทำให้ฉันต้องย้อนกลับมาคิดถึงเรื่องนี้อีกครั้งทั้งน้ำตาว่าคำพูดของแม่ในครั้งนี้ถูกต้องที่สุดจริงๆ

หลังจากนั้นฉันเรียนจบระดับปริญญาตรีจากสถาบันราชภัฏแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด แล้วฉันก็ได้งานทำในโรงงานแห่งหนึ่งในตัวจังหวัดนั้นเอง เงินเดือนก็พอประมาณ สามารถเลี้ยงดูแม่ได้โดยไม่ขัดสนนัก ฉันก็เลยขอร้องให้แม่หยุดรับจ้างเย็บผ้า เพราะอยากให้แม่พักผ่อนบ้างหลังจากทำงานหนักมาเกือบ 20 ปีเพื่อส่งฉันเรียน แม่ยอมปิดร้าน แต่ก็ยังรับงานเล็กๆ น้อยๆ ของเพื่อนบ้านมาทำบ้างโดยไม่คิดเงิน แม่บอกว่าถ้าไม่ได้ทำอะไรเลยจะรู้สึกเบื่อ ฉันก็เลยต้องยอมตามใจแม่

ฉันทำงานอยู่ประมาณ 2-3 ปี แม่ก็เริ่มรู้สึกไม่สบาย เริ่มจากปวดหัวบ่อยขึ้น ช่วงแรกๆ ไม่กี่วันก็หาย หลังจากนั้นก็เริ่มเป็นนานขึ้นเรื่อยๆ ฉันบอกให้แม่ไปหาหมอ แล้วฉันก็พาแม่ไปหาหมอในเมือง หมอบอกว่าไม่เป็นอะไรมาก แค่ทำงานหนักมากเกินไป หมอให้ยามาชุดหนึ่งพร้อมกำชับให้พักผ่อนมากๆ จะได้หายเร็วๆ

หลังจากกินยาตามที่หมอสั่ง อาการปวดหัวของแม่ก็หายไป ฉันเริ่มสบายใจขึ้น แต่หลังจากไปหาหมอได้ประมาณหนึ่งเดือน แม่ก็เริ่มกลับมาปวดหัวอีก คราวนี้เป็นหนักมากกว่าครั้งที่แล้ว ยาที่เคยกินแล้วได้ผลมาก่อนก็ไม่ได้ผลเลย ฉันกังวลใจมาก พอถามหมอ หมอก็บอกว่าต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ เพราะว่าเครื่องไม้เครื่องมือพร้อมกว่าโรงพยาบาลต่างจังหวัด

หลังจากนั้นฉันรีบพาแม่ไปกรุงเทพฯ ทันที ไปยังโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง หลังจากหมอตรวจแล้วบอกว่ามีเนื้องอกในสมองต้องผ่าตัดโดยด่วน หากปล่อยทิ้งไว้อาจไปทับเส้นประสาททำให้เป็นอัมพาตได้ หรือถ้าผ่าตัดไม่ทันก็อาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต ฉันตกใจมากขอให้หมอผ่าตัดให้ทันที แต่หมอบอกว่าโรงพยาบาลที่มีหมอผ่าตัดสมองที่มีความพร้อมที่จะผ่าตัดเนื้องอกในสมองเป็นอีกโรงพยาบาลหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเสียงมากกว่า ดังนั้นหมอจึงต้องส่งตัวคนไข้ไปยังโรงพยาบาลนั้น ฉันก็ตกลง

หลังจากถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาลดังกล่าวแล้ว แม่ก็ถูกส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดทันที ขณะที่ฉันรออย่างกังวลใจอยู่ด้านนอก ทั้งเรื่องอาการป่วยของแม่ และจากคำพูดของหมอที่ทิ้งท้ายไว้ก่อนส่งตัวแม่มาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ หมอบอกให้ทำใจไว้บ้าง เพราะการผ่าตัดสมองเป็นการผ่าตัดที่เสี่ยงมาก โอกาสที่คนไข้จะเสียชีวิตมีมาก แม้การผ่าตัดจะประสบความสำเร็จก็ตาม อีกเรื่องก็คือค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดสมองค่อนข้างสูง เป็นหลักแสนบาท เมื่อรวมกับค่ายา ระหว่างพักฟื้น คิดแล้วน่าจะต้องใช้เงินราวๆ ห้าแสนบาท

ฉันได้ยินแล้วแทบลมจับ ฉันจะไปหาเงินห้าแสนบาทมาจากไหน ลำพังเงินเก็บของฉันกับแม่ยังมีไม่ถึงห้าหมื่นบาทเลย แต่ยังไงฉันก็ต้องรักษาแม่ให้หาย ส่วนเรื่องเงินไว้คิดทีหลัง

หลังการผ่าตัดเสร็จสิ้นลง เป็นโชคดีของแม่ที่การผ่าตัดประสบผลสำเร็จ และไม่มีอาการแทรกซ้อนใดๆ ทางโรง พยาบาลบอกให้พักฟื้นประมาณหนึ่งเดือนก็สามารถไปพักฟื้นที่บ้านได้ ทางโรงพยาบาลแจ้งรายการค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาให้ฉัน ปรากฎว่าเป็นเงินจำนวนไม่ถึงหนึ่งพันบาท เป็นค่าติดต่อประสานงานเท่านั้น

ฉันแปลกใจมาก จึงสอบถามกับนางพยาบาล นางพยาบาลบอกว่าคุณหมอที่เป็นคนผ่าตัด และเป็นเจ้าของไข้บอกไม่ให้คิดเงินกับฉันและแม่ โดยที่ทางโรงพยาบาลก็ไม่ทราบสาเหตุ ฉันจึงขอพบคุณหมอคนนั้นเพื่อขอบคุณ นางพยาบาลบอกว่าหลังจากเสร็จคุณหมอก็ถูกส่งตัวไปต่างประเทศทันทีเพื่อศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการผ่าตัดสมองที่อเมริกา แต่คุณหมอได้ฝากจดหมายไว้ให้ฉันกับแม่ โดยกำชับกับทางโรงพยาบาลให้ฝากให้ฉันพร้อมกับใบเสร็จค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของทางโรงพยาบาลในวันที่แม่สามารถออกจากโรงพยาบาลได้

เมื่อกลับถึงบ้าน ฉันกับแม่ก็เปิดอ่านจดหมายของคุณหมอคนนั้น เมื่ออ่านจบทั้งฉันและแม่ก็ร้องไห้ออกมาพร้อมกัน เนื้อความในจดหมายมีดังนี้

'ข้าพเจ้านายแพทย์เดชา ทองวิจิตร แพทย์ผู้ผ่าตัด นางสมพร ภู่จันทร์ ขอสรุปค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดทั้งหมดดังนี้

ค่าผ่าตัด 0 บาท
ค่ายาทั้งหมด 0 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่นที่เหลือ 0 บาท
รวมเป็นเงินทั้งหมด 0 บาท

ป.ล. ค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้รับแล้ว เมื่อยี่สิบปีก่อนด้วยยาแก้ปวด ยาธาตุ ส้มหนึ่งถุง

ขอให้สุขภาพแข็งแรงไปอีกนานๆ นะครับคุณน้า

นายแพทย์เดชา ทองวิจิตร

2006/Aug/28

มีสามีภรรยาคู่หนึ่งแต่งงานกันมานานแล้วเลยจำเจกับการมี......แบบเดิมๆ
ทั้งคู่จึงมีความเห็นตรงกันว่าจะเปลี่ยนบรรยากาศกัน
จึงตัดสินใจไปเช่าโรงแรมแถบชานเมืองแห่งหนึ่ง เพื่อที่จะ....... กันอย่างเดียว

พอไปถึงที่โรงแรม ทั้งคู่จึงเปิดห้องหนึ่งห้อง
บริกรจึงพาทั้งคู่ไปยังห้องที่อยู่ชั้น 2
ทั้งสองจึงเริ่มบรรเลงเพลง....... โดยเอาเชือกขึงบนเพดานแล้วตกลงกันว่า
จะโหนเชือกเข้าหากัน แล้วมา......... กันตรงกลางห้องพอดี
ฝ่ายหญิงจึงเดินมายืนที่ขอบหน้าต่างฝ่ายชายมายืนที่ขอบประตู
แล้วทั้งสองก็โหนเข้าหากัน

แต่แล้วก็มีเรื่องที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นทั้งสองไม่มาเจอกันที่กลางห้อง
เพราะฝ่ายชายโหนเลยออกมาที่นอกหน้าต่างแล้วตกลงไปในพงหญ้าที่อยู่ชั้นล่าง
ด้วยความอายที่แก้ผ้าหมดจึงไม่กล้าเดินออกมาจากพงหญ้า
จึงยืนรอดูท่าที พอดีพนักงานโรงแรมเดินออกมา ฝ่ายชายจึงตะโกนเรียก

..

..

ชาย: น้องๆ มาช่วยพี่หน่อย
บ๋อย : ช่วยอะไรครับพี่
ชาย : ผมพักอยู่ชั้นบนของที่นี่แล้วพอดีตกลงมาไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลยไม่กล้าเดินออกไป
บ๋อย : ไม่เป็นไรหรอกพี่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่แถวนี้หรอก
ชาย : อ้าวแล้วคนหายไปไหนหมดละ
บ๋อย : อ๋อ คนเค้าขึ้นไปดูผู้หญิงติดอยู่ที่ลูกบิดประตูบนชั้นสองครับ

> <

พยาบาลส่งขวดแก้วฝาปิดให้คนไข้ชาย
พยาบาล: "พรุ่งนี้กรุณานำน้ำเชื้อของคุณใส่ขวดนี้มาด้วยนะคำ"

วันรุ่งขึ้นคนไข้คนเดิมกลับมาหาพยาบาล พร้อมกับส่งขวดเปล่าใบดิมให้

ชายหนุ่ม: "ไม่สำเร็จครับ ผมใช้มือทั้งสองข้างสุดแรงก็ไม่สำเร็จ"
พยาบาล: "ทำไมไม่ให้ภรรยายช่วยล่ะคะ"
ชายหนุ่ม: "ภรรยาก็ช่วยออกแรงทั้งสองมือละครับ ก็ยังไม่สำเร็จ"
พยาบาล: "ถึงขนาดนั้นเลยหรือคะ"
ชายหนุ่ม: "ครับ ตอนดึกผมก็เรียกสาวใช้มาช่วยอีกคน ยังไม่สำเร็จเลยต้องมาให้คุณพยาบาลช่วย"

พยาบาลหน้าแดงก่ำ
ชายหนุ่ม: "ช่วยเปลี่ยนขวดใหม่ให้ผมหน่อยเถอะ ฝามันปิดแน่นจริงๆ ไม่มีใครเปิดได้สักคนเลย"

>

ครายมะขำขอให้สวยวันสวยคืนจ้า โอมเพี้ยง ...

2006/Aug/26

รองเท้าอะไร หายากที่สุด ..: :. รองเท้าหาย

ส้มบางอะไร หวาน ..: :. ส้มบางลูก

ปลาอะไร สองตัวยี่สิบ ..: :. ปลาตัวละสิบ

ปลาอะไร กินลูกตัวเอง ..: :. ปลาใจร้าย

ปลาหมอตายเพราะอะไร ..: :. ไม่หายใจ

ทำไม ปลาจึงวางไข่ ..: :. เพราะถ้าโยน ไข่จะแตก

อะไรเอ่ย สวยแต่เหม็น ..: :. นางสาวไทยตด

เดือนอะไร มี 32 วัน ..: :. เดือนกว่า ๆ

อะไรเอ่ยคนหนึ่งรู้ สองคนรู้ สามคนไม่รู้ ..: :. ตด

ทำไมเวลาสิงโตตื่นนอนต้องหันซ้ายทีขวาที ..: :.
เพราะหันทีเดียวพร้อมกัน 2 ข้างไม่ได้


หมาอะไร อดอยาก ผอมโซ ..: :. หมาไม่กินข้าว

งูอะไรทำเหมือนหมา ..: :. งูเห่า

ทำไมขนมจีบถึงชอบซาลาเปา ..: :. เพราะซาลาเปาทั้งขาวทั้งอวบ

ทำไมเวลาเปิดตู้ยาต้องเปิดและปิดเบาๆ ..: :. กลัวยานอนหลับตื่น

โยนนมสองกระป๋องลงน้ำ ทำไมกระป๋องนึงจมแต่อีกกระป๋องไม่จม ..: นมตราหมี (จม) /นมตราเรือใบ (ลอย)

มีรถบรรทุกปลาทู ปลาทูตกลงบนถนน
รถคันที่ตามหลังมาแล่นมาทับทำไมปลาทูไม่ตาย..: :. ปลาทูแข็งแรงมาก


10+10
เท่ากับเท่าไร ..: :. = 25 (กระเทยตอบ "ยี่สิบฮ้าาาา...")

โรงเรียนอะไร เล็กที่สุด ..: :. โรงเรียนของหนู (ทำปากจู๋ด้วย)

เราเรียกผู้หญิงที่ไม่ยอมคุมกำเนิดว่าอะไร ..: :. คุณแม่

ชีอะไร ไม่ชอบว่ายน้ำ ..: :. She doesn't like swimming

นกอะไรเอ่ย ตัวติดกับเท้า หัวก็ติดกับเท้าปีกก็ติดอยู่กับเท้าปากก็ติดอยู่กับเท้าอีก ..: :. นกโดนเหยียบ


คนอะไรมีสองตา ..: :. คนที่มีสองยาย

กาอะไรมี 5 เสียง ..: :. กา ก่า ก้า ก๊า ก๋า

ทำไมนกจึงบินมาประเทศไทยจากทางทิศใต้ ..: :. เพราะมันเดินมาไม่ได้..ไกลมาก

ทำไมหินถึงจมน้ำ ..: :. ว่ายน้ำไม่เป็น

"
สลิมเคย" คืออะไรอยู่ใน กรุงเทพฯ ..: :. บางกะปิ (สลิม=บาง / เคย= กะปิ)

อะไรเอ่ย มัจฉาอ่อนแรง ..: :. ปลาร้า (อ่อนล้า)

จระเข้หางขาด แล้วจะเป็นอย่างไร ..: :. เป็นแผลที่หาง

พยาบาลกลัวอะไรที่สุด ..: :. กลัวหมอฟัน

ก่อนเป็นพยาบาลต้องเป็นอะไรมาก่อน ..: :. พยาตูม (ต้องตูมก่อนถึงจะบาน)

โรงเรียนอะไรอยู่กลางถนน ..: :. โรงเรียนลดความเร็ว (ป้ายจราจร)

ทำไมชีวิตคนเราต้องมีการเปลี่ยนแปลง ..: :. เพราะแปรงเก่าใช้มานานจนขนแปรงบานแล้ว

วันอะไรไม่ควรสระผม ..: :. วันพฤหัส (วันพฤหัสสระบ่ดี)

เงินสกุลอะไรน่ากลัวที่สุด ..: :. เงินบาด

มีอะไร ตัวสีขาว หัวสีแดง ขาสีฟ้า ตาสีรุ้ง ..: :. มีที่ใหนกันเล่า..โธ่เอ๋ย

ทำไมจึงต้องเติมจุดที่ซาลาเปา ..: :. จะได้รู้ว่าลูกไหนเติมลูกไหนยังไม่เติม

ลุ่มน้ำอะเมซอนเป็นแหล่งที่อยู่ของปลาปีรันย่าถ้าคนตกลงไปจะเป็นอย่างไร ..: :. เปียก

ทหารราบ กลัวอะไรที่สุดในสงคราม ..: :. ทหารลาว (เพราะทหารลาวกินลาบ)

อะไรรุนแรงกว่า "ลูกเตะ" ..: :. พ่อเตะ

ทำไมขับรถชนนก ถึงต้องติดคุก ..: :. ขับรถไปชนนกหวีดที่ติดอยู่กับปากตำรวจจราจร

ผู้ชายกับผู้หญิงใครฉี่ไกลกว่ากัน ..: :. ผู้หญิง (ผู้ชายฉี่ข้างๆรถได้แต่ผู้หญิงต้องไปฉี่ไกลถึงโน่น)

พระใช้อะไรตีระฆัง ..: :. ใช้เณร

คิดอะไร เราอดกิน ..: :. คิด คิดเพื่อนเคี้ยว

กัดแอปเปิ้ล1คำเจอหนอน1ตัว กัด 2 คำเจอ 2 ตัวถามว่ากัดจนเจอหนอนกี่ตัวจึงตกใจสุดขีด ..: :. ครึ่งตัว

อาภาพรนครสวรรค์ชอบ!อะไร ..: :. ม้า (ชอบม้า..ชอบม้ารูปร่างหน้าตาอย่างเนี้ย.

ถ้า"ยุ้ย"เป็นพยาบาลแล้ว "ยอม"เป็นอะไร ..: :. ยอมเป็นข้าวมันไก่ (เพลงของเจมส์)


จากเพลง"แมลง"ของทาทา "โปรมีสิต"อะไร ..: :.โปรมีสิทธิ์จะรีไทร์

ใครเป็นคนเทเบียร์ลีโอให้ผู้ว่าฯ ในโฆษณา ..: :. นิโคล (นิโคล
เทลีโอ)


ไบรโอนี่มีเขา แล้วไบกอนมีอะไร ..: :. มีขายตามท้องตลาด



edit @ 2006/08/26 21:47:56